หน้าแรก
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สิ่งแวดล้อม คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมนุษย์ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต รวมทั้งที่เป็นรูปธรรม (สามารถจับต้องและมองเห็นได้) และนามธรรม (ตัวอย่างเช่นวัฒนธรรมแบบแผน ประเพณี ความเชื่อ) มีอิทธิพลเกี่ยวโยงถึงกัน เป็นปัจจัยในการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ผลกระทบจากปัจจัยหนึ่งจะมีส่วนเสริมสร้างหรือทำลายอีกส่วนหนึ่ง อย่างหลีกเลี่ยงมิได้ สิ่งแวดล้อมเป็นวงจรและวัฏจักรที่เกี่ยวข้องกันไปทั้งระบบ
ประเภทของสิ่งแวดล้อม
สิ่งแวดล้อมแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
1.สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ (Natural Environment) คือสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นเองตาม ธรรมชาติ แบ่งย่อยได้เป็น 2 ชนิด คือ
1.1 สิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ (Biological Environment) ได้แก่ สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เช่น พืช สัตว์ป่า และ มนุษย์ ฯลฯ
1.2 สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ (Physical Environment) หมายถึงสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต ได้แก่ ประโยชน์ให้ ภูเขา ดิน ลมฟ้าอากาศ อุณหภูมิ ฯลฯ
2.สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man- made Environment) คือสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต หรือเพื่อ ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ และเป็น แบบแผนในการดำเนินชีวิต แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
2.1 สิ่งแวดล้อมที่เป็นกายภาพ หรือ สิ่งแวดล้อมรูปธรรม (Physical Feature Environment) คือสิ่งแวดล้อมที่มีลักษณะทางกายภาพ และ มองเห็นได้ชัดเจน ได้แก่ บ้านเรือน ถนน ฯลฯ
2.2 สิ่งแวดล้อมที่เป็นมโนภาพ หรือ สิ่งแวดล้อมนามธรรม (Abstract Environment) เป็นสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการสร้าง จินตนาการ และต้องมีการแสดงออกมาจึง จะเห็นได้ชัดเจน นับเป็นสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์ สร้างขึ้นมาเพื่อความเป็นระเบียบของการ อยู่ร่วมกันในสังคม ได้แก่ กฎหมาย ศาสนา ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม การเมือง ระบบ เศรษฐกิจ ฯลฯ
ความสำคัญของสิ่งแวดล้อม
มนุษย์มีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิดและพึ่งพาอาศัยกันตลอดเวลา สิ่งแวดล้อมอำนวย ประโยชน์ให้แก่มนุษย์อย่างมหาศาล สิ่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญต่อมนุษย์ดังนี้
1. มีความสำคัญต่อการคงอยู่ของสิ่งมีชีวิต โดยเป็นองค์ประกอบของชีวิตและเป็นปัจจัยพื้นฐาน ในการดำรงชีพ เช่น คนและสัตว์ต้องการออกซิเจนเพื่อการหายใจและการเผาผลาญอาหาร หากอากาศ เป็นพิษ ก็จะทำให้สิ่งมีชีวิตตายได้
2. มีอิทธิพลต่อการตั้งถิ่นฐาน ทำเลที่เหมาะสมจะมีการตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างหนาแน่น เช่น บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ ที่ราบชายฝั่งทะเล ส่วนลักษณะภูมิประเทศที่มีคนอาศัยอยู่เบาบางคือ ทะเลทราย บริเวณภูเขา
3. มีอิทธิพลต่อลักษณะที่อยู่อาศัย บ้านเรือนในแต่ละภูมิภาคจะมีโครงสร้าง รูปแบบ และการใช้ วัสดุที่แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะสมกับภูมิอากาศ เช่น ในเขตอบอุ่นและเขตหนาวมักสร้างประตู หน้าต่าง มิดชิด และมีเตาผิงให้ความอบอุ่น ส่วนบ้านคนไทยสมัยก่อนจะสร้างใต้ถุนสูง หลังคาจั่ว ให้เหมาะกับ สภาพภูมิอากาศ
4. เป็นตัวกำหนดลักษณะการดำรงชีวิตของมนุษย์ เช่น บริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มนุษย์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรม ตอนเหนือของแอฟริกาและเอเชียตะวันตกเฉียงใต้มีสภาพแห้งแล้งเป็นทะเลทราย มนุษย์จะดำรงชีพโดยการเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนไปตาม แหล่งน้ำรอบโอเอซิส ส่วนบริเวณเส้นศูนย์สูตรอากาศจะร้อน ฝนตกตลอดปี มีป่าดงดิบอุดมสมบูรณ์ มนุษย์ จะดำรงชีพด้วยการเก็บของป่าและล่าสัตว์
5. ทำหน้าที่รองรับของเหลือเศษที่เกิดจากการผลิตและการบริโภค ได้แก่ ขยะมูลฝอยต่างๆ และยังก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาน้ำเน่าเสีย อากาศเสีย ดินเสื่อมคุณภาพ
6. มีความสำคัญต่อความเจริญรุ่งเรืองและความผาสุกของมนุษย์ หากประเทศใดมีทรัพยากรมาก รู้จักนำมาใช้อย่างเหมาะสม จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคง และเจริญก้าวหน้าเพราะ ทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาสังคมมนุษย์
7. มีความสำคัญด้านวิชาการและเอกลักษณ์ของชาติ โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม โบราณสถาน และโบราณวัตถุ แสดงออกถึงวิวัฒนาการและความรุ่งเรืองของมนุษย์ในอดีต นอกจากนี้ สิ่งแวดล้อมที่สวยงาม ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือเกิดจากการสร้างสรรค์ของมนุษย์ ยังอำนวยประโยชน์ในด้านการพักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดี สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งก่อให้เกิด การสร้างงานและรายได้อย่างมากมาย
ความหมายของทรัพยากรธรรมชาติ
ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเอื้อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต ของมนุาศในด้านต่างๆ เช่น ป่าไม้ให้ประโยชน์ในการนำมาทำที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เชื้อเพลิง น้ำให้ประโยชน์ในการอุปโภค บริโภค การเกษตร สัตว์ป่าให้ประโยชน์ในแง่การพักผ่อน นันทนาการ คุณค่าในการศึกษาหาความรู้ เป็นอาหาร เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีทรัพยากรธรรมชาติอีกหลากหลาย ที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งหากมองว่าสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นก็นำมาจากวัตถุดิบหรือต้นทุน ทางะรรมชาติ อาจให้ความหมายว่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็คือกลุ่มเดียวกัน
ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ
ในโลกนี้มีทรัพยากรธรรมชาติมากมายทั้งในอากาศ บนผิวโลก ใต้ผิวโลก มีสภาพทั้งของแข็ง ของเหลว ก๊าซ บางชนิดมีการเจริญเติบโตได้ บางชนิดไม่เติบโตแต่มีการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น เกิดการผุพัง สลายไป นักอนุรักษ์วิทยาได้แบ่งประเภทของทรัพยากรธรรมชาติไว้ 3 ประเภท คือ
1. ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วไม่หมดสิ้น (Non-Exhausting Natural Resources) หรือทรัพยากรธรรมชาติที่มีใช้ตลอด (Inexhuastible Natural Resources) เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็น ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ บางชนิดมนุษย์ขาดเป็นเวลานานได้ บางชนิด ขาดไม่ได้แม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็อาจถึงตายได้ ทรัพยากรดังกล่าว ได้แก่ อากาศ น้ำ
2. ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วสามารถทดแทนได้ (Replaceable or Renewable Natural
Resources) เป็นทรัพยากรที่มีความจำเป็นต่อมนุษย์ในการดำรงชีพเพื่อตอบสนองปัจจัยสี่และความ สะดวกสบาย เมื่อใช้แล้วสามารถเกิดทดแทนขึ้นได้ ซึ่งการทดแทนนั้นอาจใช้ระยะเวลาสั้นหรือยาวนาน ไม่เท่ากัน ทรัพยากรดังกล่าว ได้แก่
2.1 น้ำที่ใช้ได้ หมายถึง น้ำในที่ใดที่หนึ่งเมื่อใช้หมดแล้วจะมีการทดแทน ได้ด้วยฝนที่ตกตามปกติ
2.2 ดิน ปัจจัยที่ทำให้เกิดดิน คือ หิน อากาศ พืช ระยะเวลา ลักษณะ ภูมิประเทศ การทดแทนต้องใช้ระยะเวลานาน นอกจากนี้ยังมี ทรัพยากรชนิดอื่นอีก เช่น ทรัพยากรประมง ทรัพยากรเกษตร (พืช ผัก เนื้อสัตว์) พืช สัตว์ป่า ป่าไม้ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น
3. ทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป (Exhausting Natural Resources) หรือทรัพยากรที่ไม่สามารถ ทดแทนได้ (Irreplaceable Natural Resources) เป็นทรัพยากรที่ไม่สามารถจะนำมาทดแทนได้เมื่อให้ หมดไป เช่น แร่ โลหะ ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันปิโตรเลียม ถ่านหิน เป็นต้น
ทรัพยากรธรรมชาติแต่ละประเภทมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์แตกต่างกันไป ปริมาณ และคุณภาพของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ก็แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ การนำทรัพยากรธรรมชาติ มาใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ ควรจะกระทำด้วยความระมัดระวัง และมีการจัดการที่ดี โดยคำนึงถึงสมดุลของธรรมชาติ
ประโยชน์และความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ
การดำรงชีวิตของมนุษย์ประกอบด้วยปัจจัยที่สำคัญ 2 ประการ คือ
1. ธรรมชาติ เป็นตัวให้กำเนิดทรัพยากรสำหรับนำมาใช้ในการดำรงชีวิตโดยตรง และเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการค้นหาหรือใช้ทรัพยากรอื่นให้เกิดประโยชน์ ใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ ความ เจริญรุ่งเรืองของมนุษย์แต่ละเชื้อชาติขึ้นอยู่กับจำนวนและคุณภาพของทรัพยากร ด้วยทรัพยากรจึงมีโอกาสพัฒนาประเทศได้มากกว่าประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากร ประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรจึงมีโอกาสพัฒนาประเทศได้มากกว่าประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากร
2. มุนษย์ เป็นผู้ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ด้วยกันเอง มนุษย์กลุ่มใดมีความสามารถ ในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ย่อมมีโอกาสที่จะกินดีอยู่ดีและพัฒนามากกว่า แต่ถ้า มนุษย์กลุ่มใดใช้ทรัพยากรฟุ่มเฟือยขาดการอนุรักษ์ย่อมทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรและเกิด ความเสื่อมโทรมต่อสิ่งแวดล้อม
จากความหมายและความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติสรุปประโยขน์ของทรัพยากรธรรมชาติได้ดังนี้
1. ใช้ในการดำรงชีวิต
ทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจตามธรรมชาติ เพื่อการนันทนาการที่ให้ความรื่นรมย์แก่มนุษย์ ใช้ประดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องผ่อนแรง เครื่องจักร เครื่องยนต์ ตลอดจนเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ
2. รักษาความสมดุลตามธรรมชาติให้คงอยู่อย่างเหมาะสม<
เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติจะเป็นตัวปรับเพื่อให้สิ่งแวดล้อม ที่เปลี่ยนแปลงนั้นคงอยู่อย่างเหมาะสมและสมดุล ถ้าทรัพยากรชนิดหนึ่งชนิดใดเกิดการ เปลี่ยนแปลงอาจจะมากเกินไป หรือลดน้อยลงอย่างรวดเร็วจะมีผลกระทบต่อทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมอื่นๆ ให้เสียสมดุล
การทำลายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
ปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะมีมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญ หากพิจารณา ถึงสาเหตุจากการกระทำของมนุษย์ จะสามารถแบ่งเป็นสาเหตุต่างๆ ได้ดังนี้
1.
การเพิ่มของประชากร นำมาซึ่งความต้องการในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิตจึงทำให้เกิดผลต่างๆ ตามมาอย่างมากมาย เช่น การเพิ่มพื้นที่ทำกินทางการเกษตร การบุกรุกทำลายป่า การตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสินค้า นำไปสู่การเสียสมดุลทางธรรมชาติได้
2.
การขยายตัวของชุมชนเมือง ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมากมาย เช่น ปัญหาการใช้ทรัพยากรประจำ ท้องถิ่น ปัญหาการควบคุมดูแลทรัพยากร และปัญหาการกำจัดของเสีย เกิดการสร้างแหล่งอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากมีการควบคุมดูแลที่ไม่เหมาะสมจะก่อให้เกิดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมตามมา อย่างมาก
3.
เทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่นำมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร การใช้สารเคมีต่างๆ เช่น ยาฆ่าแมลงและปุ๋ย จะส่งผลให้เกิดการตกค้างของสารเหล่านี้ในดินและอาจกระจายไปสู่แหล่งน้ำหรือระบบนิเวศต่างๆ
4.
การสร้างสิ่งก่อสร้าง การสร้างถนน อ่างเก็บน้ำ เขื่อน นับว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ เช่น ป่าไม้ ดิน และน้ำถูกใช้ไป นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าในพื้นที่นั้น ทำลายถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่า เมื่อมนุษย์สร้างสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ป่าเพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้มีการทำลายป่า อย่างต่อเนื่อง
5.
การกีฬา ปัญหาที่เกิดกับทรัพยากรสัตว์ป่า เช่น การยิงนก การตกปลา และการล่าสัตว์ ซึ่งถ้าหากเป็นไปเพื่อการกีฬาอย่างแท้จริง มีการกำหนดกฎเกณฑ์หรือมาตรฐานต่างๆ ที่ชัดเจน ก็จะไม่ก่อ ให้เกิดปัญหาเรื่องการทำลายทรัพยากรธรรมชาติมากนัก แต่เป็นการแข่งขันเพื่อทำลายสถิติด้านจำนวน ก็จะมีการนำอาวุธที่ร้ายแรงและทันสมัยมาใช้มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและพันธุกรรมของสัตว์ป่า
6.
การสงคราม จะก่อให้เกิดการกระตุ้นให้นำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาใช้มากขึ้น ตั้งแต่การใช้ ทรัพยากรแร่ธาตุเพื่อการผลิตอาวุธและเครื่องมือต่างๆ บางครั้งมีการเร่งขุดเจาะน้ำมันดิบเพื่อขายและ แลกเปลี่ยนเป็นเงินตรา เพื่อนำไปซื้ออาวุธที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพการทำลายล้างสูงมาต่อสู้กัน ซึ่งผลของสงครามก็คือการสูญเสียทั้งสองฝ่าย ทั้งด้านทรัพยากรมนุษย์และทรัพยากรอื่นๆ เช่น การทิ้งระเบิดทำลายบ่อน้ำมันของอิรักในปี พ.ศ. 2536 ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งปริมาณน้ำมันที่สูญเสียไปจากการทิ้งระเบิดเพียงครั้งเดียวนี้ อาจจะต้องอาศัยระยะเวลานานเป็นหลายล้านปีจึงจะเกิดขึ้นได้
7.
ความไม่รู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลายๆ ครั้งที่คนเราทำลายสิ่งแวดล้อมเพราะความรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ไม่รู้ถึงสาเหตุและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ขาดข้อมูล ความเข้าใจที่ถูกต้อง ทำให้เราเกิดมุมมอง และเกิดความสัมพันธ์ต่อสิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน
8.
การขาดจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม มนุษย์สามารถกอบโกยประโยชน์จากธรรมชาติได้อย่าง รวดเร็วด้วยวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและขาดจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมทำให้ธรรมชาติ ฟื้นตัวไม่ทัน มนุษย์ก็ยิ่งกลายเป็นผู้ทำลายธรรมชาติแทนการเป็นผู้พึ่งพา และทำให้ทรัพยากรธรรมชาติ บางชนิดหมดสิ้นไปจากโลกนี้อย่างถาวร